เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    Share
    avatar
    natzume
    Amateur
    Amateur

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 160
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 448
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 47
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 05/08/2010
    ตัวละคร ตัวละคร : Kurotsuchi Mayuri



    เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by natzume on Sun Aug 22, 2010 9:44 am

    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


    * * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *


    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




    ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ..
    ตอนนี้ ผมได้กลับมาอยู่ในที่ที่ผมถือกำเนิดขึ้นมา
    หากย้อนกลับไปในช่วงที่ผมเกิดนั้น ..






    เช้ามืดวันหนึ่งในเดือนมีนาคม


    หญิงสาวคนหนึ่งปวดท้องอย่างรุนแรง
    ปลุกสามีให้ตื่นขึ้น สามีลุกขึ้นจากเตียง
    หอบหิ้วสัมภาระที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้เป็นเดือน
    วิ่งลงไปที่รถ เปิดฝาท้าย โยนของทุกอย่างเข้าไป
    เปิดประตูรถออก เสียบกุญแจ ..
    โดยลืมภรรยาของตน ที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนเตียง
    ทันทีที่นึกขึ้นได้ จึงรีบพุ่งขึ้นกลับไปยังห้องนอน

    " อ้าว .. ขอโทษทีนะแม่ ป๊าตื่นเต้นไปหน่อย "

    พลางค่อยๆประคองภรรยาสุดที่รัก ลงไปที่รถ
    เปิดประตูให้เหมือนวันแรกๆ ที่พวกเขาทั้งสองเจอกัน

    นี่ไม่ใช่ท้องแรกของสามีภรรยาคู่นี้
    เด็กชาย-หญิงสองคน ยังนอนหลับอุตุอยู่ข้างๆเตียงของเขา


    ชายผู้นั้นสตาร์ทรถเสียงดังกระหึ่ม ..


    " ป๊า!! ป๊า!! จะไปทั้งแบบนี้เลยเหรอ .. โอย.. "

    ชายคนนั้นนั่งอยู่ที่เบาะคนขับในสภาพกึ่งเปลือย
    มีเพียงกางเกงขาสั้นสีฟ้าตัวเก่าเท่านั้นที่คลุมร่างของเขาอยู่
    หันมามองหน้าภรรยา และยิ้มแหยๆ



    . . . .



    " คุณได้ลูกชายครับ 4.1 กิโลกรัม แข็งแรงสมบูรณ์ดีมาก "

    ผมหลับอยู่ในอ้อมกอดของแม่ผม .. คนที่ให้กำเนิดผมมา
    หน้าอกของแม่ผมใหญ่มาก ..
    ผมไม่รังเกียจเลยที่จะนอนซุกอยู่กับมันแบบนั้นได้ทั้งวัน
    แม่ของผมอ่อนเพลียมากๆ และคงเจ็บปวดไม่เบา
    ที่ต้องคลอดเด็กตัวใหญ่แบบผมนี่

    สามสี่วันต่อมา
    พ่อ แม่ และผม เดินทางกลับมาที่บ้าน
    โดยมีพี่สาว และพี่ชายของผม
    รอรับผมอยู่ด้วยความชื่นชม


    . . . .


    แม่ผมเล่าให้ผมฟังว่า สมัยผมเด็กๆ ผมเป็นเด็กซื่อๆ
    ถ้าเป็นตอนนี้ คงถูกเรียกว่า โง่ มากกว่า
    ใครเดินเข้าหาผม ผมมักจะยิ้มตอบ และอยากให้เขาอุ้มผม
    ไม่รู้ทำไม ผมถึงชอบทำอะไรแบบนั้น??

    วัยเด็ก .. ผมหน้าตาน่ารักดีทีเดียว ใครๆหลายคนบอกแบบนั้น
    บวกกับการที่ผมไว้ใจคนง่าย ไม่ว่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาผมหรือไม่
    ผมจะอยากให้เขาอุ้มเสมอ
    จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ผมเป็นขวัญใจของเพื่อนบ้าน
    และผู้คนที่เดินผ่านไปมาในละแวกนั้น

    สำหรับผมแล้ว แม่ของผม เป็นคนขยัน
    แกลงทุนเปิดร้านขายของชำที่ชั้นล่างของตึกแถว
    ชั้นบนเป็นที่สุมหัวของครอบครัวเรา
    ที่ใช้คำว่า สุมหัว เพราะว่า ที่ในตึกแถวมันเล็กมาก

    ผมยังจำได้ดี เมื่อวันที่น้องชายของผมเกิด และโตไล่เลี่ยกันกับผม
    ทุกคนนอนเป็นวงกลมบนพื้นไม้เก่าๆ
    โดยมีฟูกที่ป๊าและแม่ใช้นอนกันปกติ
    กลายเป็น หมอนใบใหญ่ยักษ์ ที่มีไว้สำหรับเราทั้งหกคน

    เป็นการนอนบนพื้นที่ดูประหลาดดี
    แต่ผมมีความสุขมากๆ อย่างบอกไม่ถูกเลย
    และกว่าจะได้หลับกัน พวกผมสี่คนก็เล่นกันจนป๊าต้องโวย
    ป๊าผมเป็นคนเสียงดัง และไม่ใจดีเสียด้วย

    ผม พี่สาว พี่ชาย และน้องชายผม โดนแกตีมาครบทุกคน
    พวกเราซนกันมาก โดยเฉพาะน้องชายของผม
    วิวัฒนาการของมัน เริ่มจาก คลาน และวิ่งได้เกือบจะทันทีที่ตั้งไข่
    แต่ผมก็ชอบเล่นสนุกกับมัน
    ผมสนิทกับน้องชายของผมมากกว่าคนอื่นๆ

    ผมชอบแกล้งมันอยู่บ่อยๆ
    ไม่รู้สิ .. ผมรู้สึกสนุกเวลาที่ได้ใช้เวลากับมัน
    มันก็ยอมให้ผมแกล้ง โดยที่มันก็ไม่ได้วิ่งไปฟ้องแม่แต่อย่างใด

    ผมกับมันวิ่งเล่น เที่ยวรื้อกล่องและซองผงซักฟอกที่วางขายหน้าร้านอยู่เสมอๆ
    โดนแม่ดุเป็นประจำ แต่ไม่กลัว .. เพราะแม่ผมใจดี
    แม่ใจดีกว่าป๊าผมเยอะ ดูจากสีหน้า และแววตา ผมก็รู้
    และเดาว่า น้องชายผมมันก็รู้เหมือนกัน

    ฉะนั้น .. ผมกับมันก็เที่ยวโลดแล่นกับจินตนาการของตัวเอง
    ได้อย่างสบายใจเฉิบ ..
    เล่น เล่น เล่น กิน กิน กิน และ นอน นอน นอน




    ชีวิตในวัยเด็ก
    ช่างมีความสุขจริงๆ

    ย้อนไป เมื่อผมอายุได้ 2 ขวบครึ่ง



    ป๊าของผมทำงานเป็นเสมียนในบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง
    ขี่มอเตอร์ไซค์เวสป้าเก่าๆ ไปทำงาน
    แม่ของผมเป็นทั้งแม่ค้าขายของชำ
    และแม่บ้านที่ต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกินของคนในบ้าน
    งานของท่านจึงหนักหนาพอดู
    แถมมีเรือพ่วงสัญชาติลิงแบบพวกผมติดสอยห้อยตามไปด้วย ..
    คงทำให้ลำบากขึ้นไปอีกหลายเท่า

    ยังดีหน่อยที่ช่วงนี้ พี่สาว และพี่ชายของผม
    โตพอที่จะไปเรียนหนังสือกันแล้ว
    คงเหลือเพียง ผม แม่ และน้องชายอายุ 6 เดือนเศษ ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปล
    อยู่ในร้านของชำโทรมๆ ติดถนนใหญ่แบบนี้


    " มีผักสดๆ มาขายจ้าาาาา !!! ผักสดๆ "


    เสียงโทรโข่งดังมาจากหลังคารถกระบะคันเก่าๆ
    ซึ่งกลายร่างเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเคลื่อนที่
    ควันสีดำพ่นปุ๋ยๆ ออกจากท่อไอเสียที่เต็มไปด้วยคราบสนิม
    มาจอดหยุดอยู่ริมฟุตบาทฝั่งตรงข้ามบ้านของผม

    แม่ของผมอุ้มผมเข้าคอกสำหรับเด็ก
    มีลูกกรงไม้เล็กๆกั้นผมเอาไว้ ไม่ให้เดินออกไปไหน


    " อยู่ตรงนี้นะ แม่ไปซื้อกับข้าว เดี๋ยวมา อย่าร้องไห้ล่ะ "

    แกชี้หน้าผมพร้อมทำหน้าตาดุ ลูบหัวผม
    ผมพยักหน้าไปแบบนั้น ผมเข้าใจภาษาของแม่จากทางสีหน้าเท่านั้น
    ที่เหลือ ผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก
    แม่ผมเดินออกไปหน้าร้าน ข้ามถนนไปยังรถขายกับข้าว
    เลือกซื้อของสดที่จะทำเตรียมให้ป๊าและพี่ๆผมในตอนเย็น

    และด้วยความซนแบบมหากาฬของผม
    กรงไม้นี่ ไม่เหมาะจะเป็นคู่ต่อสู้ของผมเลย
    ผมใช้เวลาไม่นาน ในการปีนข้ามออกมา

    เสียงร้องของน้องผมดังขึ้น ..


    แง้ๆ ...


    หลังจากปีนสำเร็จ
    ผมเดินเก้ๆกังๆไปหน้าร้าน และหยุดลงที่ริมฟุตบาท
    ผมมองหาแม่ไม่เจอ ... ทำยังไงดี???
    แม่หายไปไหน ..??? แม่หายไปไหน???
    ผมอยากให้แม่กอดอีกแล้ว ..

    และเมื่อผมมองเห็น
    อุปสรรคเดียวก็คือ ถนนสี่เลน ที่อยู่ตรงหน้า และรถที่วิ่งกันขวักไขว่
    แต่ด้วยความคิดแบบเด็กๆ
    ในการ์ตูนทีวี อย่างมากผมก็แค่โดนทับแบน
    สูบลมเอา ทุกอย่างก็กลับมาเป็นแบบเดิม


    ผมจึงวิ่งออกไปหาแม่ทันที ..












    หลังจากเสียงยางบดกับพื้นถนนอย่างรุนแรง
    บีเอ็มดับบลิวคันสีเขียวหนักกว่าตันครึ่ง ก็พลิกลอยข้ามตัวผม
    ลงกระแทกพื้นอย่างจัง โครม!!!
    รถยนต์อีก 2-3 คันที่วิ่งตามหลัง และ วิ่งสวนทาง
    หักหลบ และเบรคกันจนเสียงดังแสบแก้วหูไปทั่วถนน




    ผมยืนอยู่นิ่งๆ ท่ามกลางเหตุโกลาหลนั่น




    แม่ผมวิ่งเข้าหาผมทันที หลังจากได้ยินเสียง
    โดยที่ไม่ได้มองสิ่งรอบข้าง
    ปี๊นนนน ...ปี๊นนนนน !!!!
    รถขนดินคันหนึ่งพุ่งหลบเฉียดแม่ผมไปนิดเดียว ฟิ้ว!!!

    แม่อุ้มผมวิ่งขึ้นมาบนฟุตบาท
    ลูบหน้า และตามตัวของผม
    จากนั้น กอดผม


    " ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ!!! "


    แม่ตีขาผมแรงๆ หนึ่งที ผมรู้สึกเจ็บ
    แต่ไม่รู้ทำไม ผมไม่ร้อง .. ผมรู้สึกดีที่แม่กอดผมแล้ว


    " แม่ แม่ .. น้องร้องไห้ .. "







    คนหลายสิบ เดินเข้ามามองแม่และผม
    เหตุการณ์นั้น .. ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ


    สิ่งเสียหายที่สุด คือ ยางสองเส้นที่แตกของรถบีเอ็มสีเขียว

    เท่านั้นเอง



    เหตุไม่คาดฝัน และหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายไม่ได้นั้น
    มีอยู่ทั่วไปบนโลกของเรา
    บางคนผ่านมาทั้งชีวิต ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลย



    แต่กับบางคน เกิดขึ้นแทบจะตลอดช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่

    ผมลืมบอกไป ว่า ผมชื่อ "แม็ค"
    แม้ชื่อของผม กับสายเลือดในตัวผม จะอยู่ห่างกันค่อนทวีป
    และใบหน้าของผมนั้น เหมือนเด็กจีนแถวเยาวราชแทบทุกประการ

    แต่ยังไงเสีย ป๊าผมก็ภูมิใจที่เป็นคนตั้งชื่อเก๋ๆ นี้ให้ผมอยู่ดี



    " เสื้อน้อง กางเกงพ่อ " คือ คำนิยามแห่งความเท่ห์ ในยุคนั้น


    เสื้อลายสก็อต ตัวเล็กๆฟิตๆ ที่สวมแล้ว ชูแขนโหนรถเมล์แทบไม่ได้
    กับ กางเกงขาบานตัวโคร่ง ที่ลากฝุ่นให้ฟุ้งกระจายไปทุกย่างก้าวที่เดิน
    เป็นแฟชั่นที่สาวๆในสมัยนั้น ต้องหันมาเหลียวมอง

    ป๊าของผมก็เป็นวัยรุ่นคนหนึ่งในกลุ่มคนยุคนั้น
    สมัยหนุ่มๆ แกซื้อกางเกงยีนส์ขาบานกะโร่โท่สีฟ้าซีดๆ
    ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการเป็นจับกังโรงน้ำแข็ง

    กางเกงยี่ห้อ "แม็ค" ในสมัยนั้น
    ใครได้ใส่ ต้องถือได้ว่า เป็น "บุญตูด"
    สาวๆจะก้มลงแนบตักขอความรักกันเลยทีเดียว
    เท่ห์ได้ถึงขนาดนั้น ..
    แต่ ป๊าผมไม่มีปัญญาซื้อหรอก แกทำได้แค่ซื้อยีนส์มือสองราคาถูกๆ
    ที่ชื่อยี่ห้อ ไม่ใกล้เคียงของแท้เลย


    ดังนั้นชื่อ "แม็ค" ของผม
    จึงเป็นเหมือน "สิ่งของอันมีค่า" ของแก


    น่าดีใจนะครับ
    ที่มีคนเทิดทูนเรา ดั่งของมีค่า ขนาดนั้น



    . . . .



    ผมจำเรื่องของแกได้ลางๆว่า
    แกเคยทำในสิ่งที่ผมถือว่า เป็น ฮีโร่ ของผมเลย ครั้งหนึ่ง



    พี่สาวของผมกรีดร้องเสียงดังลั่น มาจากในห้องครัว
    แม่ของผมรีบวิ่งเข้าไปดู
    จับแขนของพี่สาวผมลากออกมาด้วยความเร็ว
    และกรีดร้องตามกัน ...


    กรี๊ดดดดดดด!!!!!


    สาวทั้งสองคนวิ่งผ่านผม พี่ชายและน้องชายที่นั่งดูการ์ตูนอยู่หน้าทีวี
    ผมมองหน้ากัน งงๆ
    เมื่อแม่นึกขึ้นได้ จึงวิ่งกลับมาอุ้มผมและน้องด้วยแรงอันมหาศาล
    ส่วนพี่ชายผม ก็วิ่งตามมารวมกันอยู่หน้าบ้าน ..


    ไม่ทันที่ผมจะถามอะไร
    งูผิวมันเลื่อม ตัวใหญ่ยักษ์ เลื้อยออกมาจากในครัว
    ขนาดความยาวเกือบสองเมตร ทำให้ผมขนลุกซู่เลยทีเดียว

    คนแถวนั้นเริ่มออกมามุงดู
    เพราะมันค่อยๆเลื้อยมาจนถึงริมฟุตบาทหน้าบ้านของผม
    เสียงชาวบ้านพูดกันอื้ออึง ถึงวิธีจัดการกับมัน
    แต่ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเจ้างูยักษ์นั่น





    และในเวลานั้นเอง ..







    พ่อผมก็ขับรถกลับมาที่บ้าน
    ล้อหน้าทั้งสองทับเข้าพอดีที่หัว และกลางลำตัวของมัน
    จนเลือดทะลักพุ่ง ออกมากองใหญ่

    หลังจากเดินหน้าถอยหลังหลายหน กร้วม !!! กร้วม!!
    จนมั่นใจว่า ได้ " เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ในการจอดรถขนานทางเท้า " แล้ว

    เหมือนทุกๆวัน ที่แกเปิดประตูรถออกมา ด้วยสีหน้าขุ่นเคือง


    " มายืนทำไรกันน่ะ ทำไมไม่ไปเตรียมกับข้าวให้ป๊ากิน !!?? "





    ครอบครัวของผม เดินเข้าบ้าน นั่งกินข้าวพร้อมกัน
    โดยมี ศพงูยักษ์ที่สภาพเละเทะ ไส้แตก เลือดแดงฉานเต็มพื้นถนน
    อยู่ใต้รถเก่าบุโรทั่งคันหนึ่ง เป็นฉากหลัง




    เป็นยังไงครับ "ฮีโร่โมโหหิว" ของผม

    แม่ของผมได้ยินว่า ลูกสาวของเพื่อนบ้านคนหนึ่ง
    เปิดห้องเรียนเล็กๆชั้นล่างของบ้านตัวเอง
    รับสอนและดูแลเด็กๆ หลังโรงเรียนเลิก
    และเนื่องด้วยความซนของผมกับน้องชาย
    แม่ของผมจึงตัดสินใจได้ไม่ยากนัก
    ในการส่งลิงสองตัวนี่ ไปอยู่ในที่ที่พอจะลดดีกรีความซ่าลงได้บ้าง

    "ครูก้อย"
    เป็นหญิงสาวอายุประมาณ 20 ปี
    เธอกำลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยครูแห่งหนึ่ง
    ฐานะทางบ้านของเธอไม่สู้ดีนัก
    แม่ของเธอหาบผักไปขายในตลาด ส่วนพ่อของเธอ .. ทิ้งเธอและแม่ไปนานแล้ว

    วันแรกที่ผมกับน้องชาย เข้าไปอยู่ในความดูแลของ
    ครูก้อย ผู้น่ารัก คนนี้ ..
    ผมก็ยังคงเป็นผม ที่เที่ยววิ่งเล่น แกล้งน้อง และเด็กที่รวมอยู่ที่เดียวกัน
    จนแทบไม่เป็นอันจะเรียน
    ครูก้อย เธอเดินเข้ามาหาผม นั่งลงตรงหน้าผม และเอามือมาจับแก้มของผม


    " เราชื่อแม็คใช่มั้ย .. มานี่มา เดี๋ยวจะพาไปดูอะไร วางไม้ลงก่อนด้วยนะจ๊ะ "


    ผมที่อายุ 7 ขวบ
    ค่อยๆวางกิ่งไม้ที่เที่ยวไล่ตีหัวคนนู้นคนนี้ ลงบนโต๊ะ
    เสียงเธอไม่เหมือนแม่ผมซะทีเดียว
    แต่ความรู้สึกที่ได้ยิน คล้ายกันมาก
    เธอจูงมือผมไป ผมดูว่านอนสอนง่ายในบัดดล
    น้องชายผมเดินตามผมไปด้วยเหมือนทุกๆครั้ง





    " โอ้โห .. ตัวใหญ่มากๆ " น้องของผมอุทานออกมา


    หมาพันธุ์ลาบราดอร์หน้าตามอมแมม ขนสีน้ำตาลอ่อน ตัวใหญ่ยักษ์ ยืนอยู่ตรงหน้าผม
    ท่าทางของมันใจดี และดูขี้เล่น
    มันวิ่งเข้ามาหาผม ใช้จมูกดมฟุดฟิด และพยายามจะเลียเท้าผม
    ผมกลัวมาก จนวิ่งหนีไปหลบอยู่หลังต้นไม้
    ส่วนน้องชายผม เดินเข้าไปลูบหัวมันเฉยเลย


    " มันพลัดหลงมาจากไหนก็ไม่รู้ จู่ๆ มันก็มานอนอยู่ที่หน้าบ้านครู เมื่อวันสองวันนี่เอง"


    " แล้วมันชื่ออะไรครับ?? "


    " นั่นนะสิจ๊ะ .. ชื่ออะไรดี?? "


    " ชื่อ แม็ค ดีมั้ย .. จะได้มีชื่อเดียวกับพี่ผม "


    . . . .



    ผมกับน้องชายจึงมีสถานที่ใหม่ที่ไปสิงสถิตย์อยู่ ทุกๆเย็นหลังเลิกเรียน
    มันสนใจแต่ "เจ้าแม็ค"
    ส่วนผมสนใจแต่ "ครูก้อย"

    ผมไม่แน่ใจนักว่า ..
    สิ่งนี้ เรียกว่า "ความรักครั้งแรกของผม" ได้หรือเปล่า??

    คิดๆดู มันก็คงคล้ายๆกัน
    ผมชอบฟังเสียงของเธอ จำได้ว่า .. เป็นน้ำเสียงที่ฟังแล้วน่านอนมากๆ
    ผมจำได้แต่ความรู้สึกเท่านั้น ..
    เพราะเรื่องราวพวกนี้ มันผ่านชีวิตของผมไปนานมากแล้ว


    และทุกอย่างของเรื่องนี้ก็หยุดลง เมื่อ ..




    เย็นวันหนึ่ง


    ผมและน้องไปเล่นกันอยู่ที่บ้านครูก้อยเหมือนทุกวัน
    น้องชายผมนั่งวาดรูป ผมก็เหมือนกัน
    เมื่อผมวาดเสร็จเป็นคนแรกของกลุ่ม
    ผมลุกขึ้นมองหา ครูก้อย เพื่อจะเอามันไปอวด

    "เจ้าแม็ค" วิ่งเข้าหาผม ใช้ปากคาบแผ่นกระดาษในมือผมไป
    มันสะบัดหัวไปมา เหมือนพยายามจะฉีกกระดาษที่ว่าให้ขาด

    ผมก็ไม่ยอมสิ ผมจะเอาไปอวดครูก้อย!!
    ผมจึงยื้อยุดอยู่กับมันพักหนึ่ง มันยอมปล่อย ..
    แต่จากนั้น มันก็งับเข้าที่ท้องของผม
    ผมยังไม่รู้สึกเจ็บ ผมจึงใช้มือของผมตบที่หัวของมัน

    เพียะ!!

    คราวนี้ มันกัดเข้าอย่างเต็มแรงที่ข้อมือของผม
    เลือดไหลออกมาเหมือนกับท่อน้ำก๊อกไม่มีผิด







    " แม่ !!!!!!! "





    . . . .




    แม่เล่าให้ผมฟังว่า ผมโชคดีมากที่ไม่ตาย
    ผมถูกกัดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่
    เลือดไม่ควรจะหยุดไหลง่ายๆแบบนั้น
    หมอที่รักษาผมก็บอกในลักษณะเดียวกัน ยิ่งเป็นเด็กอายุขนาดเท่าผม
    แม่บอกว่า ผมคงมีอะไรคุ้มครองอยู่
    อาจจะเป็น "พระ" ที่ห้อยคอผมอยู่ตั้งแต่ยังเล็ก



    ในตอนนั้น ผมคิดอยู่ลึกๆว่า .. มันคงไม่ใช่แบบที่แม่พูดหรอก!!








    และกว่าที่ผมจะรู้ว่า อะไรคือ "ความจริง"

    ก็ในอีกหลายร้อยปีถัดมา ..

    ไม่มั่นใจว่า ..
    สิ่งที่ผมเล่นกับเพื่อนๆ ที่บนฟุตบาท หน้าร้านของชำของแม่ผมนี่
    เรียกว่า อะไร??
    จำได้เพียงแต่ว่า มันสนุกมากๆ

    มีคนหลายคน แบ่งเป็นสองฝั่ง

    ฝั่งตั้งรับ ..
    มีคนคอยคุมเส้น ยืนประจำอยู่ ไม่ให้อีกฝ่ายวิ่งข้ามเส้น
    หัวหน้าทีม เป็นคนเดียวที่สามารถวิ่งเป็นเส้นตรง
    จากจุดบนสุดของสนาม ดิ่งลงในแนวตั้งฉากกับทุกๆเส้น
    และการใช้มือสัมผัสฝ่ายตรงข้ามได้ ถือว่า เกมจบ

    อีกฝ่ายหนึ่ง ..
    วิ่งข้ามทุกๆเส้นที่มีคนยืนคุมไว้
    และวิ่งย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นได้ เกมก็จบเช่นกัน




    เพื่อนคนหนึ่งของผม .. ผมจำชื่อมันไม่ได้แล้ว
    จำได้แค่ว่า แม่มันเปิดร้านขายของชำเหมือนแม่ผม
    ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก
    แม้แม่ของเราสองคนเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ และไม่ชอบขี้หน้ากันเท่าไหร่
    แต่มันเป็นเพื่อนซี้ที่สุด ในวัยเดียวกันของผม

    ร้านของแม่มัน เจ๋งกว่า ร้านแม่ผม
    ตรงที่ มีตู้ไอศครีม นี่แหละ ..!!

    มันแอบหยิบไอศครีมยักษ์คู่ ให้ผมแบ่งกันกินกับน้องชายเป็นประจำ
    แลกกับ บุหรี่ ที่ผมจิ๊กจากตู้ในร้านของแม่ผม
    ให้มันไปแอบดูดท้ายซอย
    ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่า มันน่าดูดตรงไหน
    ควันสีเทาๆของมัน กลิ่นโคตรจะแรง แถมแสบคออีกต่างหาก



    แต่ข้อตกลงทางธุรกิจแบบยื่นหมูยื่นแมวนี้ .. ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี !!!



    . . . .



    เพื่อนผมคนนี้ สามารถแหกขาได้กว้างเหมือนนักยิมนาสติก
    และเมื่อมันยืนคุมเส้นอยู่
    การแหกขาของมัน ทำให้ผมวิ่งข้ามเส้นได้ยากขึ้น
    เพราะ มีที่เพียงน้อยนิดที่จะวิ่งข้ามเส้นไปได้ โดยไม่ถูกมันจับ
    และผมจะหัวเราะกับหน้าตาท่าทางยียวนของมันทุกครั้ง


    นี่ก็เป็นอีกวันที่ผมและเพื่อนๆเล่นเกมสนุกๆนี้ด้วยกัน


    แต่วันนี้ต่างออกไป ตรงที่ ..

    เมื่อผมกำลังพยายามวิ่งข้ามเส้นที่มันยืนคุมอยู่
    ผมวิ่งสะดุดขาที่แหกกว้างของมันเข้าอย่างจัง
    ตัวผมลอยขึ้นเหนือพื้น
    หัวของผมกระแทกลง ตรงขอบฟุตบาทอย่างแรง !!!














    . . . .



    ผมจำอะไรไม่ได้เลย ..
    เหมือนผมหายไปจากโลกนี้วูบหนึ่ง
    ผมถูกใครบางคนอุ้มเข้ามาในบ้าน นอนลง
    น่าจะเป็น .. แม่ของผม ..

    ผมมองเห็นเพียงแค่เงาลางๆ
    ของขาหลายคู่ วิ่งผ่านไปผ่านมา อย่างช้าๆ

    และได้ยินเสียงจากโทรทัศน์ เบาๆ ...







    " ... ให้ทุกคนจงอยู่แต่ภายในบ้าน .. หากไม่มีกิจธุระจำเป็น ...

    ... ประกาศจากกรมการรักษาความมั่นคง .. ฉบับที่ 11 .. ประกาศ ณ วันที่ 14 ตุลาคม พุทธศักราช 2516


    .. โ ป ร ด ฟั ง อี ก ค รั้ ง ห นึ่ ง .. "








    ผมได้รอยแผลเป็นเล็กๆบนศีรษะ
    และมันเดินทางไปพร้อมกับทุกๆเหตุการณ์ในชีวิตของผม









    วันนั้น ..
    ผมอายุได้ 12 ปี



    หลังจากที่ผมอ่านหนังสือเตรียมสอบปลายภาค
    ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันหลายคืน
    ผมนั่งฟุบหลับอยู่ในคอกอ่านหนังสือเล็กๆ
    ที่ตั้งอยู่เรียงกันเป็นตับ ในหอสมุดของมหาวิทยาลัย

    นาฬิกาข้อมือของผมดังขึ้น ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์
    ผมลุกขึ้น บิดขี้เกียจสองหน

    ห้องน้ำของหอสมุดนี้ ตั้งอยู่นอกตัวตึก
    ซึ่งยื่นออกมาเป็นระเบียง ในทุกๆชั้น
    ผมจัดแจงล้างหน้าล้างตา ทำตัวเองให้สดชื่นขึ้นอีกนิด
    เพื่อที่จะอ่านหนังสือบทสุดท้ายให้จบภายในค่ำคืนนี้

    ผมยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงนั่นอยู่สักพัก
    ผมมองไปโดยรอบ ..
    ต้นไม้ต้นใหญ่หลายสิบต้น ผุดขึ้นบนพื้นดินโล่ง
    สนามหญ้าสีเขียวสดกว้างไกลสุดสายตา
    อยู่ใต้ท้องฟ้าสีครามแซมสีส้มในยามเย็น

    ภาพบรรยากาศแบบนี้ ผมรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก
    ผมหลับตาลง ..





    เท้าทั้งสองข้างของผมค่อยๆลอยขึ้นจากพื้นอย่างช้าๆ
    ผมไม่รู้สึกว่า ผมเป็นเหมือน "นก" ที่มีปีกบินไปไหนมาไหนอย่างอิสระ
    ผมเป็นเหมือน เศษสำลี ที่ลอยไปตามสายลมเสียมากกว่า

    ผมหลุดลอยออกจากความเป็นจริงบนโลกนี้ไปแล้ว !!
    ผมเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาๆ ไม่ใช่หรือ??
    ทำไมผมถึงลอยตัวอยู่กลางอากาศแบบนี้ได้ ..


    ใช่ .. ผมคงฝันไป
    ผมคงอาจจะยังนอนฟุบหน้าหลับอยู่ในคอกหนังสือก็เป็นได้
    และถ้านี่คือ ความฝัน ..!!
    ผมขอฝันต่ออีกสักหน่อย จะเป็นอะไรไป


    ผมพาร่างของตัวเองลอยขึ้นมาถึงดาดฟ้าของหอสมุด
    ผมรู้สึกถึงก้อนเมฆที่ลอยอยู่เหนือหัวของผม ห่างไปเพียงนิดเดียว
    จากนั้น .. ร่างผมก็พุ่งลงไปเรี่ยพื้นสนามหญ้าอย่างรวดเร็ว
    ตามด้วยการบินฉวัดเฉวียน ลัดเลาะต้นไม้ใหญ่
    เศษใบไม้บางใบร่วงหล่น ทะลุตัวผมไปต่อหน้าต่อตา



    ว้าว!! นี่มันเจ๋งสุดๆ



    ผมไม่หยุดอยู่แค่นั้น ..
    ผมเพิ่มความเร็วของผมให้สูงขึ้น ..
    คราวนี้ .. ผมบินไปพบอาคารสูงแห่งหนึ่ง
    สีม่วงอ่อนที่ยังทาไม่เสร็จดี บนด้านหนึ่งของตึก สะดุดตาผมยิ่งนัก
    ไม้ไผ่ยาวหลายท่อนถูกผูกติดกันเป็นนั่งร้านอยู่รอบๆตัวอาคาร
    คนงานต่างตั้งหน้าตั้งตาทำงานตรงหน้าของตน
    บ้างเดินขนอิฐ ขนทราย บ้างยืนพ่นควันบุหรี่ฉุยๆ
    ผมยื่นหน้าเข้าไปยิ้มทักทายช่างทาสีบนนั่งร้าน

    แต่ดูเหมือน .. พวกเขาเหล่านั้นจะมองไม่เห็นผม





    " แม็ค!! "





    ในฉับพลัน ร่างของผมเหมือนถูกเครื่องดูดฝุ่นขนาดใหญ่
    ฉุดกระชากผมกลับไปยังระเบียงนั่น ในชั่วเสี้ยววินาที
    ผมสะดุ้งเฮือก !! เหมือนถูกฟ้าผ่าเข้าที่กลางสมอง




    เปรี้ยง !!!








    " เมิงเป็นไรวะ เห็นยืนนิ่งอยู่พักนึงละ " เพื่อนของผมทักขึ้น


    " เอ้อ .. เอ้อ .. เปล่าๆ ไม่ได้เป็นไร "


    " ไปแ_กข้าวกันดีกว่า กรูหิวละ "




    ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของมัน จนมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง
    ห่างจากหอสมุดของมหาวิทยาลัยไปเกือบๆ 5 กม.
    เป็นร้านที่ผมไม่คุ้นเคยเลย
    และเมื่อต่างคนสั่งอาหารตามความพอใจกันแล้ว
    ไม่กี่อึดใจ ผมกับมันก็พากันสวาปามบะหมี่ด้วยความหิวโหย
    อยู่ๆ เพื่อนของผมมันก็พูดขึ้นว่า


    " ตึกเ_ ี้ยไรวะเนี่ย!! สีเห่ยโคดๆ "



    ผมหันไปมอง อาคารสูงสีม่วงอ่อนที่อยู่ทางด้านหลังของผม
    ดูเหมือนว่า มันจะสร้างเสร็จแล้ว
    เพราะผมมองเห็นได้จากกระจกใสบานใหญ่
    ที่พนักงานออฟฟิศหลายคนนั่งทำงานอยู่ภายใน ..









    ทั้งๆที่ ผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว ..


    ผมกลับรู้สึกเจ็บแปล๊บนิดๆ
    ที่บริเวณแผลเป็นเล็กๆบนหัวของผม

    " มิน "

    ตอนเล็กๆ เป็นเด็กขี้งอแง
    แต่ผมชอบที่จะฟังมันร้องไห้ .. ผมว่า มันฟังลื่นหูดี
    นี่เป็นเหตุผลนึง ที่ผมชอบที่จะแกล้งมันอยู่เสมอๆ

    อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ วิวัฒนาการของมัน
    เปลี่ยนจาก "คลาน และ ตั้งไข่" เป็น "วิ่ง" ภายในไม่กี่วัน
    อายุของผมต่างกับมันปีเศษๆ ส่วนพี่ชายของผม อายุมากกว่าผม 5 ปี
    จึงทำให้ผมรู้สึก "สนุกกว่า" ที่ได้เล่นกับ "เจ้ามิน" น้องชายของผม


    ผมว่า ตอนที่พวกเราสองคนยังเด็กๆ
    หน้าตาผม น่ารักกว่ามันนิดหน่อย
    ผมเป็นพวกซื่อบื้อ ว่าไงว่าตามกัน เล่นกับใครก็ได้
    ส่วนมันเป็นพวกเงียบๆ เหมือนเด็กมีปัญหา และมันค่อนข้างจะติดผม
    ไม่ว่าผมจะไปเล่น หรือ ทำอะไรกับใคร
    มันก็มักจะเดินตามมาด้วย


    ผมไล่ยังไง .. มันก็ไม่ไป


    ยังไงเสีย .. ผมก็ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่กับมัน
    กับคนอื่น มันมักจะร้องไห้อยู่บ่อยๆ เวลาถูกใครแกล้ง
    แต่กับผม .. ไม่เลย .. มันไม่ค่อยร้องไห้เพราะผมเท่าไหร่

    ยิ่งผมแกล้ง ดูเหมือนว่า มันจะยิ่งชอบ
    ผมเคยไล่ปล้ำมัน คว้าคอเสื้อตัวเก่งของมันจนขาดห้อยรุ่งริ่ง
    ผมคิดในใจว่า ซวยแล้ว มันจะต้องไปฟ้องแม่แหงๆ
    แต่ มันกลับยืนยิ้มแฉ่ง ไม่ไปไหน

    เหมือนมันกวนผมนะ
    .. แต่ผมก็รักมันอยู่เหมือนกัน



    . . . .



    พอพวกเราโตขึ้น
    มิน มันเป็นพวกศิลปินขึ้นสมอง หรือที่เรียกกันว่า อาร์ตแ_ก
    มันเก็บเงินค่าขนมของมัน ซื้อกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่
    มันเที่ยวนั่งรถเมล์ไปนู่นไปนี่
    ถ่ายรูปอะไรของมันไปเรื่อยเปื่อย

    ในช่วงที่ผมเพิ่งจบ และทำงานได้ไม่นานนัก
    ผมยืมรถเก่าบุโรทั่งของป๊าผม ไปรับแฟนสาวของผมที่บ้านของเธอ
    มินมันขอติดรถไปด้วย

    ขับไปได้สักพักใหญ่ ผมก็ปล่อยมันลงข้างทาง
    ทั้งๆที่ ผมขับไปส่งมันอีกนิดก็ได้ แต่ผมขี้เกียจ


    " มิน .. เอ็งลงตรงนี้แล้วกัน กรูขี้เกียจขับวกกลับไปกลับมา "


    มันยิ้มให้ผม แล้วสะพายกระเป๋ากล้องใบใหญ่ ลงจากรถ
    เดินมองคูน้ำข้างทาง มองรถยนต์วิ่งไปมา
    มองสิ่งรอบตัวไปเรื่อยๆ และถ่ายรูปตามประสาของมัน


    ส่วนผมบึ่งรถไปหาแฟนผม ที่นัดกันไว้
    โดยไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก




    . . . .




    ผ่านไปค่อนวัน


    โทรศัพท์มือถือของผมก็ดังขึ้น
    ต้นทางเป็นเสียงอันสั่นเทาของป๊าผม
    ฟังได้ความว่า .. มิน .. น้องชายผม
    ถูกรถเฉี่ยวตกคูน้ำข้างทาง .. ตอนนี้อาการสาหัส
    อยู่ในห้องไอซียู ...



    . . .

    ภาพของน้องชายผมที่ยืนยิ้ม อยู่ในชุดที่คอเสื้อขาดวิ่น

    . . .

    เสียงหัวเราะชอบใจ ขณะที่มันกำลังยืนลูบหัวสุนัขหลงตัวใหญ่
    โดยมีผมยืนหลบอยู่หลังต้นไม้

    . . .


    " เฮ้ย .. มิน เอ็งเคยชอบแฟนพี่มาก่อนเหรอวะ?? ทำไมไม่บอกกัน "


    " อื้มม .. เมื่อก่อนพี่ก็เคยแบ่งไอติมให้ผมกินด้วยประจำ "


    . . .



    มิน .. เอ็งงรอพี่หน่อยนะ พี่จะรีบไป
    เอ็งอย่าเป็นไรไปนะ ..
    พี่เป็นคนผิดเอง .. ผมเป็นคนผิดเอง ..

    ผมไม่น่าปล่อยมันทิ้งไว้แบบนั้นเลย
    แค่ขับรถวนไปส่งมันอีกหน่อย ..เหตุการณ์แบบนี้ คงไม่เกิดขึ้น ..



    อย่างเพิ่งไปไหน .. พี่ไม่ไล่เอ็งแล้ว


    ผมเป็นคนผิดเอง .. ให้ตายเถอะวะ!!!

    เลือดสองสามหยด ที่ค่อยๆทิ้งตัวลงบนน้ำในโถส้วม
    บ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างในร่างกายของแม่ผม






    สามสี่วันต่อมา


    ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องพักคนไข้
    ใกล้ๆผม มีแม่ผมนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง
    สายยางเส้นเล็กๆระโยงระยาง อยู่ตามแขนอ้วนๆ ของแม่
    เสาเหล็กแขวนน้ำเกลือ ตั้งอยู่ใกล้หัวเตียง
    ผ้าห่มของแกถูกถีบออกไปกองอยู่ที่ปลายเท้าเหมือนเคย

    เสียงเปลี่ยนหน้าหนังสือพิมพ์ของผม
    ปลุกแม่ให้ลืมตาตื่นขึ้น ..


    " อ้าว .. แม็ค ไม่ไปทำงานเหรอ?? "


    " วันนี้ผมลาครึ่งวันน่ะ แม่ .. แม่กินน้ำมั้ย?? "


    " ก็ดีเหมือนกัน "



    แม่ค่อยๆพยุงตัวขึ้นจากเตียง เพื่อจิบน้ำที่ผมบรรจงป้อนให้แก



    " แม็ค .. แม่มีอะไรจะบอก "


    " อะไรเหรอแม่ "


    " ถ้าแม่เป็นอะไรไป เอ็งต้องเชื่อฟังป๊านะ รู้มั้ย?? "


    " แม่ไม่เป็นไรหรอก อย่าพูดแบบนี้สิ หมอบอกว่า แม่เป็นแค่โรคกระเพาะเอง "


    " นั่นแหละ ป๊าพูดอะไร แกก็ต้องเชื่อนะ "


    " แม่ไปบอกป๊าเองแล้วกันว่า อย่าอารมณ์เสียง่ายนัก
    ยิ่งแม่นอนที่นี่นานๆ ป๊ายิ่งอารมณ์เสียง่ายเข้าไปใหญ่เลย "


    " รับปากแม่นะ "


    " แม่อะแหละ รีบหายรีบกลับบ้าน ผมเบื่อฝีมือกับข้าวของอาเจ้มากๆ "
    ( พี่สาวผม ทำอาหารรสชาติกะหลั่วสิ้นดี )



    ประตูห้องค่อยๆถูกแง้มออก
    ผมกับแม่ เอนหัวมองตามพร้อมๆกัน



    " โห ทรงผมใหม่นี่หว่า ไม่ธรรมดา ไปให้หมาที่ไหนแทะมาวะ "



    ผมพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปขยี้หัว ไอ้มิน น้องชายผม
    ที่เพิ่งตัดผมมาใหม่ ทรงหัวแหลมตามสมัยนิยม

    มันยกมือซ้ายที่มีรอยแผลเป็นน่ากลัว รอยใหญ่
    ที่ยาวตั้งแต่ข้อมือ ไปจนถึงข้อศอก
    ขึ้นกันไม่ให้ผม ละเลงทรงที่มันอุตส่าห์ทำมาอวดแม่ ให้เยินมากไปกว่านี้



    " พอแล้ว .. พอแล้ว ชอบแกล้งน้องนะเรานี่ ..
    มา มา .. มิน มาให้แม่ดูใกล้ๆ ซิ ว่า หล่อขนาดไหน "


    มิน มันเดินเข้าไปนั่งบนเตียงข้างๆตัวแม่
    แม่ผมมองหน้ามันไป หัวเราะคิกคักไป















    สามสัปดาห์ถัดมา .. แม่ของผม ก็จากครอบครัวเราไปตลอดกาล

    ป๊าของผม เป็นคนขยันทำงาน มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ..



    งานจับกังในโรงน้ำแข็ง
    ไม่ใช่งานที่น่าสนุกนักของใครๆ
    ความเหน็ดเหนื่อย ยังถือเป็นเรื่องรองลงมา
    แผลที่เกิดจากถูกน้ำแข็งกัด หนักหนาสาหัสกว่านั้นมาก

    ชีวิตของป๊าผมไม่ได้เป็นเส้นทางที่เดินง่ายนัก
    แกหนีภัยสงครามมาจากเมืองจีน ตั้งแต่อายุได้เพียงสิบกว่าขวบ
    การนั่งเรือสามวันสามคืน โดยไม่รู้ว่า ..
    ชะตาชีวิตของแก จะพาแกไปทางใด

    และเมื่อถึงเมืองไทย
    แกทำงานทุกอย่างที่แลกข้าวกิน เพื่อให้มีชีวิตรอดไปวันๆ
    และเมื่อผ่านไปได้ 4 ปี
    แกได้ทำงานที่โรงน้ำแข็งย่านฝั่งธนบุรี

    หลังจากที่เพิ่งได้ทำงานขนน้ำแข็งแค่สัปดาห์เดียว
    ด้วย เงินค่าจ้างรายวัน อันน้อยนิด
    ยิ่งทำให้แผลที่มือ อันเกิดจากการถูกน้ำแข็งกัด
    ไม่คุ้มค่า เอาเสียเลย

    แกก้มหน้า แบมือ ดูปื้นแผลพุพองสีแดงก่ำบนมือทั้งสอง
    ระหว่างเดินหนีบถุงข้าวสารเล็กๆ
    กลับไปยังที่พักคนงาน


    พลั่ก!!


    ข้าวสารทั้งถุงร่วงลงสู่พื้น ตุ้บ!! ตามด้วยก้นจ้ำเบ้า


    " ไอ้หยา !! "


    แกเดินชนใครเข้าอย่างจัง


    " ขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ "


    เป็นเสียงของหญิงสาวหน้าตาหวานแหวว กับดวงตาที่กลมโต
    ผมยาวหยักศกหวีแสกกลางตามสมัยนิยม
    และในมือทั้งสองของเธอเต็มไปด้วยถุงกับข้าว


    " บังเอิญรีบน่ะค่ะ ขอโทษด้วยจริงๆนะคะ "


    ป๊าผมในวัยหนุ่ม รีบลุกขึ้น ..
    ไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดแจงช่วยหิ้วถุงทั้งหมดของเธอ ขวับ!!
    เดินตามไปส่งถึงหน้าบ้าน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ แค่ 3-4 ก้าว
    แถมเปิดประตูบ้านให้เธอ ด้วยมือที่เต็มไปด้วยแผลพุพอง


    " ขอบคุณนะคะ รบกวนแย่เลย "


    บ้านของเธอ เป็นบ้านไม้เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆโรงงานย่อยเศษปี๊บเก่าๆ
    ในใจคิดว่า ..จะต้องโผล่หน้า มาแถวนี้ให้บ่อยขึ้นเสียแล้ว
    ป๊าผมไม่พูดอะไรตอบกลับไปซักคำ
    หันหลัง และเดินกลับที่พักคนงานด้วยใบหน้าอมยิ้ม












    " อ้าว .. เฮีย ข้าวร่วง ไม่เอาไปด้วยเรอะ !!! "



    เสียงแม่ค้าแถบนั้น ดังไล่หลังมา




    . . . .



    ครอบครัวของผม จัดพิธีศพขึ้นอย่างเรียบง่าย
    ไร้ซึ่งพิธีรีตองอันยุ่งยากซับซ้อน
    ด้วยเพียงแค่คิดว่า ..
    ยิ่งพวกเราใช้เวลาในการรำลึกถึงเรื่องแม่ น้อยเท่าไหร่
    จะช่วยลดความเศร้าที่ถาโถมใส่พวกเรา
    ให้เบาบางจางลงได้เร็วเท่านั้น

    แต่ .. ชีวิต ไม่เคยง่าย แบบที่ว่าเลย
    ทุกๆเช้าที่ผมตื่น
    ตาแดงก่ำของป๊าผม ในชุดเสื้อผ้าที่พร้อมจะไปทำงาน
    ยังคงบ่งบอกถึงทุกอย่างของแก ได้เป็นอย่างดี ..

    แต่แล้ว ก็เป็นอย่างที่ใครๆชอบพูดกัน
    เมื่อเวลาผ่านไป ..
    หลายอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น


    ในความคิดของผม

    "รอยยิ้ม หรือ เสียงหัวเราะ" นั้น เป็นคล้ายกับ "เชื้อของโรคระบาด" ประเภทหนึ่ง
    และไม่ว่า มันจะเริ่มต้นมาจากที่ใด
    มันสามารถแพร่กระจายไปสู่คนรอบตัวได้ไม่ยากนัก

    ป๊าของผมเริ่มยิ้ม หรือ หัวเราะกับสิ่งรอบตัวได้บ้างแล้ว
    ผม และพี่ๆน้องๆ ของผม เลยพลอยได้รับ "เชื้อ" นั่นตามไปด้วย


    แต่หากจะว่าไป ..
    เมื่อพูดถึงพี่ๆน้องๆ ของผมแล้ว


    ผมเองเป็น " ลู ก ไ ม้ ที่ ห ล่ น ไ ก ล ต้ น " ค่อนข้างมากอยู่พอสมควร


    ผมเองมักจะมีความไม่ลงรอยกัน กับป๊าผมอยู่เสมอๆ
    ด้วยพื้นฐานความคิด และวิธีคิด ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
    ไม่เคยทำให้ "เรื่องง่ายๆ" ในชีวิตของผม

    ง่ายจริงๆ .. แบบที่ว่าสักที


    เรื่องที่ผมยังพอจำได้ เรื่องหนึ่ง คือ ..


    v
    v
    v


    " บอกกี่หงแล้วว่า เลิกกิงเนื้อวัว ซะที แกเห็งใครที่บ้างกิงมั่งมั้ยเนี่ย !! "


    " เอ้า .. แต่ผมชอบกินนี่ ป๊า เมื่อก่อนป๊าก็กิน .. "


    " ดูเจ้ามินมังสิ มังเป็งน้องแกแท้ๆ มังยังเข้าใจเลย "


    " มิน มันไม่ชอบกินเนื้ออยู่แล้ว .. ไม่เห็นเกี่ยวเลย ป๊า "



    ป๊าเริ่มหงุดหงิดกับคำพูดของผมมากขึ้นเรื่อยๆ



    " วัวที่มังกำลังจะถูกต้องเข้าโรงฆ่าสัตว์น่ะ มังร้องไห้!! แกเคยเห็งบ้างมั้ย?? "


    ผมเงียบไปพักหนึ่ง






    " แล้วตอนป๊าลวกหอยแครงกิน .. หอยมันหัวเราะ หรือไงครับ ป๊า?? "


    ^
    ^
    ^


    แน่นอน!! ผมถูกตี
    สมัยตอนวัยรุ่น ผมถูกตีบ่อยกว่า .. ทุกๆคนในบ้านเลยก็ว่าได้

    หากพูดกันตรงๆแล้ว
    ผมไม่เห็นว่า ควรจะมีใครผิดหรือถูก จากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเลย


    เราก็แค่คิดอะไรไม่เหมือนกัน!!


    ทำไมจะต้องหาคนผิด จากเรื่องทุกเรื่องบนโลกใบนี้ด้วย
    แต่จนแล้วจนรอด ..
    ผมก็มักจะเป็น "คนผิด" จากเรื่องประเภทนี้เสมอๆ



    และแล้ว ในวันหนึ่ง หลังจากที่แม่จากเราไป 2 ปี
    ผมก็ได้เป็น "คนถูก" กับเขาเสียที



    เมื่อ ..



    ป๊าเดินมาบอกผมว่า แกจะแต่งงานใหม่
    กับผู้หญิงที่แกเคยพามาเจอผมหนหนึ่ง
    ผมรู้ดีว่า พี่ๆและน้องชายของผม คงไม่มีใครเห็นดีเห็นงาม ไปกับเรื่องนี้แน่ๆ










    ผมยิ้ม และตอบแกสั้นๆเพียงว่า


    " ป๊าโอเค ผมก็โอเค "





    . . . .



    คืนวันนั้น


    ควันบุหรี่สีเทาจางๆ ค่อยๆถูกพ่นออกมาจากปากของผม
    ที่นั่งอยู่บนพื้นหญ้าแห้งๆ ใต้ต้นมะม่วงต้นสูงใหญ่แถวท้ายซอย
    เจ้ามิน เดินเข้ามาหาผม นั่งลงใกล้ๆ
    ดึงบุหรี่ออกจากปากของผม วางลงบนพื้น
    แล้วใช้เท้าข้างหนึ่งข
    avatar
    natzume
    Amateur
    Amateur

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 160
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 448
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 47
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 05/08/2010
    ตัวละคร ตัวละคร : Kurotsuchi Mayuri



    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by natzume on Sun Aug 22, 2010 9:50 am

    . . . .


    ประตูห้องค่อยๆถูกแง้มออก
    ผมกับแม่ เอนหัวมองตามพร้อมๆกัน



    " โห ทรงผมใหม่นี่หว่า ไม่ธรรมดา ไปให้หมาที่ไหนแทะมาวะ "



    ผมพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปขยี้หัว ไอ้มิน น้องชายผม
    ที่เพิ่งตัดผมมาใหม่ ทรงหัวแหลมตามสมัยนิยม

    มันยกมือซ้ายที่มีรอยแผลเป็นน่ากลัว รอยใหญ่
    ที่ยาวตั้งแต่ข้อมือ ไปจนถึงข้อศอก
    ขึ้นกันไม่ให้ผม ละเลงทรงที่มันอุตส่าห์ทำมาอวดแม่ ให้เยินมากไปกว่านี้



    " พอแล้ว .. พอแล้ว ชอบแกล้งน้องนะเรานี่ ..
    มา มา .. มิน มาให้แม่ดูใกล้ๆ ซิ ว่า หล่อขนาดไหน "


    มิน มันเดินเข้าไปนั่งบนเตียงข้างๆตัวแม่
    แม่ผมมองหน้ามันไป หัวเราะคิกคักไป

    . . . .


    และเมื่อถึงเวลาเที่ยงกว่า เกือบบ่ายโมง
    ผมเดินเข้าไปกระซิบแม่ของผมที่กำลังใกล้จะหลับอีกหน


    " แม่ .. เดี๋ยวผมกลับไปทำงานก่อนนะครับ .. เย็นๆ ผมจะมาใหม่นะ "


    ผมรู้ว่า แม่ไม่ได้ยินผมหรอก
    หมอเพิ่งให้ยาลดปวดผสมยาที่ช่วยทำให้แกหลับง่ายขึ้น ทางสายยางเล็กๆนั่น
    มิน เดินไปหอมแก้มแม่เบาๆ แล้วเดินออกจากห้องพร้อมๆกับผม

    ประตูค่อยๆ ถูกปิดลง


    . . . .


    ผม "กลับ" มายืนมองสิ่งที่ผมเห็นอยู่ที่นี่
    ถึงแม้มันจะแลกกับ อาการปวดจี๊ดๆ ที่หัว
    และอาการนอนไม่หลับไปอีกค่อนคืน

    แต่มันก็ คุ้มค่า ที่ได้กลับมาเจอภาพแบบนี้
    .. ทุกครั้งที่ผมรู้สึกคิดถึงแม่


    ผมค่อยๆ ลอยเข้าไปหาแม่ของผม
    พยายามดึงผ้าห่มที่นางพยาบาลคลุมตัวแม่ไว้เมื่อกี้ออก
    แม่เป็นคนขี้ร้อน .. แม่ไม่ค่อยชอบนอนห่มผ้ามิดชิดแบบนี้

    มือสีจางๆของผม ไม่สามารถสัมผัสสิ่งใด
    ในขณะที่ผมย้อนกลับมาแบบนี้ได้เลย

    ผมค่อยๆเพ่งกระแสจิต
    ให้ "มือ" ของผมนี่ มี "ตัวตน" ขึ้นมา

    ผมเคลื่อนมือของผมเข้าไปใกล้แม่ของผม ..

















    " . . . นี่ น า ย กํ า ลั ง พ ย า ย า ม ทํ า อ ะ ไ ร น่ ะ ! ! ! "





    อีกครั้ง .. เหมือนคราวที่แล้ว
    ผมกำลังถูกเครื่องดูดฝุ่นยักษ์ ดึงตัวเอง กลับไปยัง "ปัจจุบัน"
    แสงสว่างวาบ และตามด้วยเสียงเหมือนฟ้าผ่า
    ที่เล็งตรงเข้าที่แผลเป็นเล็กๆ ที่หัวของผม

    เปรี้ยง!!!






    ผมปวดหัวจี๊ด ...




    ในงานแต่งงานเล็กๆ ของป๊าและแฟนสาวของแก
    ที่ถูกจัดขึ้นอย่างง่ายๆ ที่บ้านของฝ่ายเจ้าสาว
    ท่ามกลางสายตาของญาติๆ ไม่กี่สิบคน
    ผมกับมิน ยืนขึ้นอยู่กลางงาน ในชุดสูทสีดำทั้งคู่
    และ มัน ..



    กำลังบีบข้อมือของผมอย่างแรง

    หลังจากที่ผมวางสายโทรศัพท์ของผมไปเมื่อครู่
    ผมนั่งเอนตัวลงบนเก้าอี้ทำงาน เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ..
    พลางลุกขึ้นเดินไปที่ลิฟต์ ลงไปชั้นล่างของอาคารสำนักงาน
    เดินผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาใกล้ๆ
    ไปยังร้านขายของชำเก่าๆ ที่อยู่ถัดออกไปอีก 1 ไฟแดง

    อาเจ๊วัยกลางคน ยื่นบุหรี่ซองหนึ่งให้ แลกกับเงินของผม
    ผมยืนจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ..
    ส่วนแกเดินกลับเข้าไปในร้านเพื่อนั่งลงดูละครน้ำเน่าทางทีวีเครื่องเล็กๆของแก

    ผมมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ



    . . . .


    " ขอโทษนะ ที่อยู่ๆก็โทร.เรียกให้ออกมาเจอกันแบบนี้ "


    " ไม่เป็นไรครับ อยู่ใกล้ที่ทำงานผมนิดเดียว "


    " แม็ค เราชอบกินเนื้อใช่มั้ย .. เห็นป๊าบอกไว้แบบนั้น "


    ผมไม่ตอบอะไร แค่ยิ้มให้เท่านั้น
    เธอชวนผมคุยไปเรื่อยๆ ระหว่างมื้อกลางวันที่เธอนัดผม
    เพราะไม่อยากให้บรรยากาศในการเจอกันครั้งแรกของเรา ดูแย่



    " พี่รู้นะ ว่าพี่เป็น 'คนนอก'
    ป๊าของแม็ค แกอยากให้พี่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันกับแม็คและมิน
    แต่ถ้าไม่โอเคยังไง .. เดี๋ยวพี่จะไปบอกป๊านะ "


    พี่สาวและพี่ชายของผมแต่งงาน มีครอบครัว
    และย้ายออกไปอยู่ข้างนอกมาได้หลายปีแล้ว
    บ้านในปัจจุบันของผม จึงมีแค่ ป๊า ผม กับ เจ้ามิน เท่านั้น


    หญิงสาวคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของผม
    เธอไม่มีอะไรที่คล้ายกับแม่ของผมเลย
    นอกจาก ผิวขาวๆ และหุ่นท้วมๆของเธอ
    สเป็คสาวของป๊าผม คงจะต้อง "ล่ำ" ประมาณนี้แน่ๆ

    แต่ไม่ว่า ภายนอกของเธอ จะเป็นอย่างไรกับผม!!
    ผมมองเห็นอะไรบางอย่างในท่าทางประหม่านิดๆของเธอ
    และ แววตาที่เธอมองผม

    เราสองคนเดินออกมาหน้าร้านอาหาร
    หลังจากที่กินและคุยกันจนสมควรแก่เวลาแล้ว


    " อ้าว .. หวัดดี แม็ค มาทำไรแถวนี้?? "


    เพื่อนร่วมงานของผมที่อายุมากกว่าผมสัก 3-4 ปีเห็นจะได้
    เดินมาเจอผมกับผู้หญิงของป๊าผมเข้าพอดี


    " มากินข้าวแถวนี้น่ะพี่ .. "


    " สวัสดีครับ .. นี่คุณแม่ของแม็คเหรอครับ?? "
    แกยกมือไหว้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างผม


    ผมมองหน้าของเธอ ที่กำลังยิ้มแบบประหม่าๆ

















    " อื้มม์ .. ใช่ครับ .. นี่แม่ของผมเอง "



    เธอมี "แววตา" ที่เหมือน แม่ของผม มากเลยทีเดียว



    . . . .



    เรื่องราวข้างบนนั่น ..
    เป็นครั้งแรกที่ผมเจอ คนที่จะมาเป็น "แม่เล็ก" ของครอบครัวเรา

    ส่วน .. วันนี้เป็น "งานวิวาห์" ของพวกเขาสองคน
    สักขีพยานจำนวนไม่มากนัก
    ส่วนใหญ่เป็นญาติของทางฝ่ายเจ้าสาว
    ทางฝั่งของครอบครัวเรา มีเพียงผม และ เจ้ามิน เท่านั้นเอง

    พี่สาวและพี่ชายของผม ไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องนี้
    บางที .. ไม่อยากให้พิธีนี้มันเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
    ไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ จู่ๆ จะมีใครมาแทนที่ ..
    "ความรักของป๊าที่มีต่อแม่ของพวกเรา" ภายในเวลาปีสองปี

    หากแต่ผมมองเห็นถึงความสำคัญของ "คนที่ยังอยู่" มากกว่า "คนตาย"
    ผมรู้ว่า พี่น้องของผมทุกคนรักแม่มากๆ

    แต่ ...
    ภาพดวงตาแดงก่ำ ของป๊าในทุกๆเช้าที่แกตื่นขึ้นมา
    เป็นภาพที่ผมไม่อยากเห็นอีก



    เพราะฉะนั้น .. ยอมรับมันซะ
    " รอยยิ้มของป๊า " สำคัญกว่าเรื่องไหนๆทั้งสิ้นในเวลานี้
    ผมคิดแบบนั้น














    แต่น่าเสียดายที่ .. "รอยยิ้ม" ของแกในวันนี้
    กลับจะต้องจางหายไปอีกครั้ง ..

    " . . . นี่ น า ย กํ า ลั ง พ ย า ย า ม ทํ า อ ะ ไ ร น่ ะ ! ! ! "





    มันกระชากข้อมือผมอย่างแรง จนผมต้องลุกยืนขึ้น
    เก้าอี้ที่ผมนั่งอยู่เมื่อกี้ ล้มลงกระแทกพื้นเสียงดัง
    จนทำให้สายตาทุกคู่ในงาน
    จ้องมองมาที่ ผม และ มิน

    แรงบีบข้อมือมหาศาลของเจ้ามิน .. ทำเอาผมแทบจะขยับอะไรไม่ได้
    มันจ้องหน้าผมเขม็ง


    " เดี๋ยวค่ะ .. มีอะไร ค่อยๆคุยกันนะ "


    หญิงในชุดเจ้าสาว เดินเข้ามาหาเราสองคน
    เธอคว้าข้อมือของมินเอาไว้

    น้องชายผมผลักเธออย่างแรง จนล้มลงไปกองกับพื้น
    นี่ .. มันเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย???
    มันมองหน้าผมอีกครั้ง



    " ถึ ง เ ว ล า แ ล้ ว . . . "


    น้ำเสียงของมัน.. ไม่คล้ายกับของน้องชายผมเลย
    ถึงเวลา!!?? บ้าบออะไร??
    ผมไม่เข้าใจ ..


    เมื่อป๊าผมพยุงแฟนสาวของแกให้ลุกขึ้นได้
    จึงเดินปรี่เข้าหาเราสองคนทันที .. ด้วยสีหน้าอันฉุนเฉียว


    มันยื่นมือข้างหนึ่งของมันไปทางป๊าของผม
    แสงสีฟ้าเริ่มค่อยๆสว่างจ้าออกจากฝ่ามือ
    จนเห็นเงาลางๆของกระดูกทุกชิ้น คล้ายกับภาพเอ็กเรย์ ยังไงยังงั้น
    ลำแสงเส้นตรงจากปลายนิ้วทั้งห้า .. พุ่งเข้าใส่ป๊าของผม
    ร่างของแกสลายกลายเป็นฝุ่นผงสีเทา
    ไปต่อหน้าต่อตาผม


    กรี๊ดดดดด ....!!!


    เสียงกรีดร้องของเธอ และภาพที่ปรากฏต่อสายตา
    ทำให้ผู้คนในงานแตกตื่น วิ่งหนีกันกระเจิง



    ผมใช้แรงทั้งหมดที่มี .. สะบัดแขนของผมออกจากมือของมัน
    มือซ้ายกระชากคอเสื้อ สาวหมัดขวาใส่หน้าของมันอย่างแรง จนมันล้มลง .. ตึง!!
    ผมนั่งคร่อมตัวมันจากทางด้านบน กระแทกหมัดใส่หน้าแบบไม่ยั้ง
    จนเลือดเริ่มทะลักออกทางจมูก และปาก



    มันยกแขนซ้ายขึ้นกันพายุหมัดของผม


    ช่วงรอยต่อระหว่างของปลายฝ่ามือกับข้อมือ ..
    เผยให้เห็นส่วนหนึ่งของ .. แผลเป็นรอยยาวบนแขน .. ที่โผล่พ้นออกจากปลายแขนเสื้อ


    นั่น .. ทำให้ผมหยุด !!






    " มิน ... เอ็งเป็นบ้าอะไรไปแล้ว !! ... นั่น .. ป๊า .. ของเอ็งนะ มิน ... "

    ผมจับข้อมือนั่นไว้
    และพูดกับน้องชายผม .. ด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า






    แต่ .. เลือดที่อาบอยู่ทั่วใบหน้าของมันไม่อาจปิดบัง .. แววตาสีฟ้าขุ่น
    ที่กำลังเพ่งมองผมอยู่ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    ไม่ใช่ .. ไอ้นี่ มันไม่ใช่ มิน .. น้องชายผม ???










    " . . . ถึ ง เ ว ล า . . . ที่ เ ร า ต้ อ ง ไ ป แ ล้ ว . . . "







    หญิงสาวในชุดวิวาห์สีขาวลายลูกไม้ เนื้อตัวเต็มไปด้วยผงฝุ่นสีเทา
    ที่นั่งก้มหน้าร้องไห้อย่างน่าเวทนานั้น ..

    เป็นภาพสุดท้ายที่ผมได้เห็น ..
    ก่อนที่ผมจะถูกพาไปยังที่ที่ผมไม่เคยแม้แต่ที่จะคิดว่า ..






    มันมีอยู่จริง ..

    แม้ที่นี่ ..
    จะเป็นที่ที่ผมเคยจากไปไม่นานนักในความคิดของผม

    ผมยังจำมันได้เสมอ ..
    ไม่ว่า สภาพของมันในตอนนี้ จะแทบไม่เหลือเค้าโครงแห่งความทรงจำใดๆ

    ผมเคยมานั่งสูบบุหรี่ ที่ผมเกลียดทั้งกลิ่นและรสชาติของมัน
    ในยามที่ผมคิดอะไรไม่ออก ..
    หรือ มีเรื่องอะไรในใจ .. อยู่เสมอๆ


    ใต้ต้นมะม่วงท้ายซอยใกล้ๆบ้านของผม


    สภาพรกร้างว่างเปล่า ไร้ผู้คนอยู่อาศัย
    ภาพของตึกสูงใหญ่ ที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง
    ถุงพลาสติกและเศษกระดาษ ปลิวว่อนไปตามเต็มท้องถนน
    ที่ไร้รถราวิ่งขวักไขว่ไปมา ..


    นี่ไม่เหมือน "โลกในอนาคต" ที่ผมคิดไว้เลยสักนิด


    หากผมได้อาศัยอยู่ที่นี่ .. ตอนนี้ .. จริงๆ
    อายุของผมคงทะลุ 500 ปีไปแล้ว
    แต่ด้วยความลึกลับของห้วงแห่งเวลา


    ทำให้ผมกลับมายืนอยู่ที่นี่ .. อีกครั้งหนึ่ง


    เพื่อตัดสินใจ " สิ่ ง ที่ ต้ อ ง ทํ า "



    ผมค่อยๆเดินไปที่ที่ต้นมะม่วงต้นใหญ่ต้นนั้นเคยยืนตระหง่าน
    ผมนั่งลง มองท้องฟ้าสีเขียวอมน้ำเงิน
    อันเกิดจากมลพิษที่พวยพุ่ง และความเปราะบางของชั้นบรรยากาศ

    โลกนี้กำลังจะตาย ..

    ด้วยน้ำมือของ "มนุษย์"
    สิ่งมีชีวิตที่ยกยอตัวเองว่า "ประเทืองปัญญา" ที่สุดในจักรวาล



    เสียงฝีเท้าของชายสองสามคน ..
    ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ที่ที่ผมนั่งอยู่



    " ว่าไง พี่ชาย .. มานั่งทำซากอะไรแถวนี้?? "


    " แนะ .. ทำเงียบ .. ทำเงียบ .. "


    " พอมีเงินเอามาให้พวกผมใช้ฟรีๆมั่งมั้ย .. "



    มีดเล่มใหญ่ในมือของพวกมันคนหนึ่ง
    สะท้อนแสงเงาวาบสีขาว ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้คอของผม





    ผมก้มลงมอง "เม็ดแคปซูลสีเงิน" เม็ดเล็กๆ บนมือของผม







    . . . .



    แม่ตีขาผมแรงๆ หนึ่งที ผมรู้สึกเจ็บ
    แต่ไม่รู้ทำไม ผมไม่ร้อง .. ผมรู้สึกดีที่แม่กอดผมแล้ว


    " แม่ แม่ .. น้องร้องไห้ .. "



    . . . .



    " มายืนทำไรกันน่ะ ทำไมไม่ไปเตรียมกับข้าวให้ป๊ากิน !!?? "



    . . . .



    " ป๊าโอเค ผมก็โอเค "



    . . . .



    ควันบุหรี่สีเทาจางๆ ค่อยๆถูกพ่นออกมาจากปากของผม
    ที่นั่งอยู่บนพื้นหญ้าแห้งๆ ใต้ต้นมะม่วงต้นสูงใหญ่แถวท้ายซอย
    เจ้ามิน เดินเข้ามาหาผม นั่งลงใกล้ๆ
    ดึงบุหรี่ออกจากปากของผม วางลงบนพื้น
    แล้วใช้เท้าข้างหนึ่งขยี้ จนไฟดับ


    " เข้าบ้านเถอะพี่ "



    . . . .




    ผมยิ้ม .. โดยไม่ได้สนใจมีดที่กำลังจี้คอของผมนี่เลย

    ย้อนกลับไปในวันนั้น


    ผมถูก สิ่งมีชีวิตสีฟ้า ที่อยู่ในดวงตาของเจ้ามิน
    พาเข้าสู่การเดินทางที่ผมไม่มีวันลืม

    ผม..ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก
    วงกลมแสงขนาดใหญ่หลากสีสัน พุ่งผ่านตัวผมไปจำนวนนับไม่ถ้วน
    เหมือนผมตกเข้าไปอยู่ในท่อ "รูหนอน" (Worm-Hole) สีรุ้ง
    แรงปะทะ และเสียงของอุโมงค์ลม
    ดังกลบเสียงร้องตะโกนของผม

    ร่างกายของผมเหมือนถูกดึงยืดออก และหดเข้า สลับไปมาแบบนี้อยู่พักใหญ่

    การเดินทางนี้สิ้นสุดลงตรงที่ ..
    แสงสีฟ้าวงใหญ่ที่สว่างวาบอยู่ตรงหน้าผม




    วูบ!!!




    ผมรู้สึกแสบตามากๆ
    การค่อยๆลืมตาขึ้น ก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมมากนัก
    เนื่องจากแสงจ้าสีขาวภายในห้อง .. ไม่สิ เป็นลานทรงกลม ต่างหาก
    พื้นที่ผมยืนอยู่นั้น ไม่ได้สัมผัสเท้าของผมเลย
    ผมอาจจะอธิบายสิ่งที่ผมเห็นได้ ไม่ดีนัก ..
    นั่นเป็นเพราะ ..


    สิ่งที่ผมเผชิญอยู่นี่
    .. เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต


    ผมได้ยินเสียงคล้ายเครื่องจักรกำลังทำงานอยู่เบาๆ
    รอบๆลานกว้างนี้เต็มไปด้วยโลหะนิ่มสีฟ้า
    ลักษณะของมันคล้ายเยลลี่ แต่มันคือ เครื่องจักร ..!!
    การทำงาน และการเคลื่อนไหวเป็นจังหวะของมัน
    ทำให้มันรู้สึกว่า .. มันกำลังขับเคลื่อนอยู่

    แต่แปลกมาก ที่ ไม่ว่าผมจะหลับตา หรือ เปิดตา
    ภาพที่อยู่ตรงหน้าผม ก็ไม่จางหายไป
    คล้ายกับ เปลือกตาของผม เป็นเหมือนกระจกใส


    หรือไม่ .. นี่ก็คือ

    .. ภาพหลอนในหัวของผม





    . . . มั น ไ ม่ ใ ช่ ภ า พ ห ล อ น . . .



    ผมได้ยินคำตอบนี้ จากภายในหูของผม
    ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้พูดอะไรออกไปด้วยซ้ำ
    คล้ายๆกับ มันอ่าน "ความคิด" ของผมได้



    . . . ไ ม่ จํ า เ ป็ น ที่ จ ะ ต้ อ ง รู้ ว่ า . . ที่ นี่ คื อ ที่ ไ ห น ? ?

    สิ่ ง ที่ ต้ อ ง รู้ คื อ . . . ทํ า ไ ม . . ม า ก ก ว่ า . . .



    ผมงงกับสิ่งที่ผมได้ยิน
    ผมไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูดถึง .. เลยสักนิด
    ในหัวของผม เต็มไปด้วยคำถามมากมาย



    . . . ไ ม่ แ ป ล ก ที่ น า ย ตั้ ง คํ า ถ า ม ม า ก ม า ย ข น า ด นั้ น . . .

    แ ต่ เ ร า จ ะ ไ ม่ ต อ บ คํ า ถ า ม ข อ ง น า ย ทุ ก ข้ อ . .

    บ า ง สิ่ ง นั้ น . . ไ ม่ มี คํ า ต อ บ . .



    กั บ คํ า ถ า ม ที่ ว่ า .. น้ อ ง ช า ย ข อ ง น า ย อ ยู่ ที่ ไ ห น

    นี่ คื อ เ สี ย ง ข อ ง เ ร า .. จ า ก ป า ก ข อ ง น้ อ ง ช า ย น า ย เ อ ง



    ภาพลางๆของ มิน น้องชายของผม ในวัยเด็ก
    ค่อยๆปรากฏอยู่ตรงหน้า

    น้ำตาของผมค่อยๆไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว



    นี่ คื อ . . เ รื่ อ ง ที่ น า ย ต้ อ ง ฟั ง

    น า ย เ ป็ น ค น ที่ ถู ก ธ ร ร ม ช า ติ เ ลื อ ก ขึ้ น ม า

    นี่ คื อ . . คํ า ต อ บ ข อ ง สิ่ ง ที่ น า ย ส ง สั ย



    ธ ร ร ม ช า ติ มี ว ง จ ร แ ห่ ง ค ว า ม ส ม ดุ ล ย์ อ ยู่ ภ า ย ใ น

    ที่ ค อ ย ทํ า ใ ห้ สิ่ ง มี ชี วิ ต ต้ อ ง พึ่ ง พ า อ า ศั ย กั น

    ค ล้ า ย เ ป็ น . . ร่ า ง แ ห



    แ ล ะ ทุ ก ๆ ร อ บ . . บ า ง ที ห ล า ย พั น ปี . . บ า ง ที ห ล า ย ห มื่ น ปี

    ส ม ดุ ล ย์ ที่ ว่ า นั่ น . . จ ะ ถู ก ทํ า ล า ย ล ง ด้ ว ย ตั ว แ ป ร ห ล า ย อ ย่ า ง



    น า ย ค ง เ ค ย ไ ด้ ยิ น เ รื่ อ ง . . ไ ด โ น เ ส า ร์ . . ถู ก ทํ า ใ ห้ สู ญ พั น ธุ์ . . ใ ช่ ไ ห ม ? ?



    ผมพอเข้าใจสิ่งที่มันพูดถึง
    แต่ผมไม่เข้าใจว่า ผมไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรแบบนั้น??



    . . น า ย เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ เ รื่ อ ง นี้ เ พ ร า ะ ว่ า . .

















    น า ย คื อ .. ชี วิ ต เ ดี ย ว .. ใ น



    T h e _ N i b b a n a _ C i r c l e

    ( ว ง จ ร ไ ร้ ชี พ )



    สติสัมปชัญญะของผมในช่วงเวลานั้น อาจไม่สมบูรณ์นัก ..
    แต่นี่คือ .. สิ่งที่ผมได้ยิน




    เ ช้ า มื ด ข อ ง วั น ที่ _ 4 _ มี น า ค ม _ พุ ท ธ ศั ก ร า ช _ 2 5 0 4


    น า ย เ ป็ น สิ่ ง มี ชี วิ ต เ ดี ย ว .. ที่ ถื อ กํ า เ นิ ด ขึ้ น บ น โ ล ก

    ไ ม่ มี สิ่ ง มี ชี วิ ต อื่ น ใ ด .. สั ต ว์ .. ห รื อ .. แ ม้ แ ต่ ต้ น พื ช .. ที่ เ กิ ด ใ น วั น เ ดี ย ว กั น นั้ น

    มี แ ค่ " น า ย " เ ท่ า นั้ น



    แต่ .. ทำไมล่ะ??



    ธ ร ร ม ช า ติ มี ก ล ไ ก ข อ ง ตั ว มั น เ อ ง

    แ ม้ เ ร า จ ะ มี วิ วั ฒ น์ ที่ เ ห นื อ ก ว่ า . . เ ร า ก็ ไ ม่ ส า ม า ร ถ ใ ห้ คํ า ต อ บ นี้ แ ก่ น า ย ไ ด้



    น า ย คื อ .. ชี วิ ต เ ดี ย ว .. ใ น " ว ง จ ร ไ ร้ ชี พ "



    T h e _ N i b b a n a _ C i r c l e

    แ ท้ จ ริ ง เ ป็ น ร า ก ศั พ ท์ ม า จ า ก ภ า ษ า สั น ส ก ฤ ต โ บ ร า ณ

    ห า ก แ ป ล เ ป็ น ภ า ษ า ส า ก ล แ ล้ ว .. ก็ คื อ .. t h e _ N i r v a n a _ C i r c l e

    ห รื อ ใ น ภ า ษ า ข อ ง น า ย . . เ รี ย ก กั น ว่ า " นิ พ พ า น " นั่ น เ อ ง



    ผมจับสร้อย "พระ" ที่แม่ห้อยไว้ที่คอของผม ตั้งแต่ยังเล็กๆ



    . . ไ ม่ ใ ช่ . . มั น ไ ม่ เ กี่ ย ว กั น เ ล ย . .

    นั่ น มั น มี ค่ า เ ท่ า ก้ อ น ดิ น ก้ อ น ห นึ่ ง เ ท่ า นั้ น . .

    ร่ า ง ที่ ก ล า ย เ ป็ น ฝุ่ น ผ ง ข อ ง พ่ อ น า ย ก็ ไ ม่ แ ต ก ต่ า ง กั น

    ไ ม่ มี อ ะ ไ ร สำ คั ญ เ กิ น ไ ป ก ว่ า ก้ อ น ดิ น ก้ อ น ห นึ่ ง

    ร ว ม ไ ป ถึ ง ตั ว น า ย เ อ ง ด้ ว ย . .



    ผมมองหน้าเจ้ามินในวัยเด็ก



    น้ อ ง ช า ย ข อ ง น า ย . . ก็ เ ป็ น ม นุ ษ ย์ ทั่ ว ไ ป

    เ ร า เ พี ย ง อ า ศั ย ร่ า ง แ ล ะ พ ลั ง ชี วิ ต .. เ ป็ น พ า ห น ะ นํ า น า ย ม า ที่ นี่


    . . . .


    จ า ก นี้ . . คื อ . . สิ่ ง ที่ น า ย จ ะ เ ป็ น ค น ตั ด สิ น ใ จ

    น า ย ถู ก ธ ร ร ม ช า ติ คั ด เ ลื อ ก ใ ห้ เ กิ ด ม า เ พื่ อ ทํ า ห น้ า ที่ นี้

    เ ร า ไ ม่ ใ ช่ ม นุ ษ ย์ ต่ า ง ด า ว แ บ บ ที่ น า ย กํ า ลั ง คิ ด อ ยู่

    น า ย ต่ า ง ห า ก ที่ เ ป็ น . . ! ! !


    . . เ ร า เ ป็ น เ พี ย ง ผู้ สั ง เ ก ต ก า ร ณ์ . .

    แ ล ะ ห ยิ บ ยื่ น " ท า ง เ ลื อ ก ห นึ่ ง " ใ ห้ น า ย เ ท่ า นั้ น






    พลันปรากฏ " เ ม็ ด แ ค ป ซู ล สี เ งิ น " ขึ้นในมือของผม


    " นี่สำหรับฉันเหรอ?? "


















    . . เ ป ล่ า . . สํ า ห รั บ ทุ ก ชี วิ ต บ น โ ล ก ต่ า ง ห า ก . .



    . . . .


    ผมก้มลงมอง " เ ม็ ด แ ค ป ซู ล สี เ งิ น " เม็ดเล็กๆ บนมือของผม

    ผมยิ้ม .. โดยไม่ได้สนใจมีดที่กำลังจี้คอของผมนี่เลย
    หากผมเพียงแค่ "บิ" มันออกเท่านั้น


    . . . .


    ป๊าของผมเริ่มยิ้ม หรือ หัวเราะ กับสิ่งรอบตัวได้บ้างแล้ว
    ผม และพี่ๆน้องๆ ของผม เลยพลอยได้รับ "เชื้อ" นั่นตามไปด้วย


    . . . .














    แ ล ะ . . น า ย คิ ด ถู ก แ ล้ ว . . มั น คื อ . . โ ร ค ร ะ บ า ด ! ! !




    เช้ามืดของวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2504




    ลึกเข้าไปในใจกลางป่าดงดิบแห่งหนึ่ง ของทวีปแอฟริกา
    แม่ลิงตัวหนึ่งได้ให้กำเนิดลูกลิงตัวน้อยๆ
    ท่ามกลางสายฝน และเสียงฟ้าร้อง





    . . . .











    และผ่านไปกว่า ห้าศตวรรษ


    ไม่มีประชากรมนุษย์บนโลกรายใด
    รอดพ้นจากเงื้อมือ " มั จ จุ ร า ช ไ ร้ เ ง า " อันเป็นชื่อเรียกของ ..


    " เ อ ด ส์ " สายพันธุ์ที่แพร่กระจายเชื้อได้ทางอากาศ


    ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากหยดเลือดหยดเล็กๆ ของเจ้าลูกลิงตัวนั้นได้เลย ..




    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




    พวกเขาทั้งห้าคน นอนกันเป็นวงกลมบนพื้นไม้เก่าๆ
    โดยมีฟูกที่พ่อและแม่ของพวกเขาใช้นอนสมัยเพิ่งแต่งงานกัน
    เป็น หมอนใบใหญ่ยักษ์ ..

    ใบหน้าของทุกคน เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม




    - - - - - - - - - - - - - - - - - (จบบริบูรณ์) - - - - - - - - - - - - - - - - -

    ขอขอบพระคุณคุณ theetee ไว้ณ ที่นี้ครับ
    avatar
    Suzaku
    Admin
    Admin

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 584
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 1459
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 154
    วันเกิด วันเกิด : 07/10/1992
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 24/08/2010
    เหรียญ เหรียญ :


    ตัวละคร ตัวละคร :
    ที่อยู่ : ใต้ฟ้าบนดิน

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by Suzaku on Fri Aug 27, 2010 6:36 am

    มันไม่ค่ิอจะสั่นเลยน่ะ

    ยาวอยู่น่ะ อ่านสะง่วง


    _________________


    พบเจอภาพเสียลิงค์เสีย แจ้งไปทางPMของผู้โพสและทีมงานจะได้แก้ไขให้ได้อย่างรวดเร็ว

    กรุณากดมุมขวาบนครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ Suzaku อัพต่อครับ
    avatar
    looknung
    Semi Pro
    Semi Pro

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 280
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 94
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 38
    วันเกิด วันเกิด : 23/02/1997
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 13/10/2010
    เหรียญ เหรียญ :

    ตัวละคร ตัวละคร : ภูติ Rin-Len


    ที่อยู่ : ส่วนนึงของจักรวาล

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by looknung on Thu Oct 14, 2010 4:54 am

    ยาวแท้ ยาวจริงๆ :bounce:

    เรียงมันมั่วนิดหน่อยเลย งงนิดๆ ขอบคุณมากจ้า
    avatar
    peace.peace
    Beginner
    Beginner

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 48
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : -6
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 0
    วันเกิด วันเกิด : 12/08/1990
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 28/02/2011
    เหรียญ เหรียญ :

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by peace.peace on Sat Mar 05, 2011 2:38 am

    ยาวอยู่น่ะ อ่านสะง่วง
    avatar
    Red-emperor
    Moderator
    Moderator

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 567
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : -315
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 493
    วันเกิด วันเกิด : 05/06/1991
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 12/10/2010
    เหรียญ เหรียญ :
    ตัวละคร ตัวละคร : ภูติ Nagoto Yuki

    ที่อยู่ : ห้องชมรม SOA

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by Red-emperor on Sat Mar 26, 2011 12:49 pm

    ถ้าเอามายัดใส่หน้าหนังสือ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสั้นแล้วล่ะครับ

    ว่าแต่นัทจี้เอามาจากไหนเนี่ย หรือว่าแต่งเองเลย?

    ถ้าแต่งเองถือว่าทำได้ดีเลยนะครับนิ^^



    _________________


    Sekai wo Ooini moriagerutame no Anime-All-Season no dan
    (SOA)
    กองกำลังของ Anime-All-Season เพื่อความสนุกสนานของโลกทั้งใบ

    "^.^ จงร่วมกับเรา ^.^"
    Red-Emperor
    avatar
    monareza
    Rookie
    Rookie

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 2
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 2
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 0
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 02/04/2011

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by monareza on Sat Apr 02, 2011 5:42 pm

    สะ สุโค่ย :affraid:
    avatar
    Sanooker191
    V.I.P
    V.I.P

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 80
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : -143
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 0
    วันเกิด วันเกิด : 20/07/1995
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 04/01/2011
    เหรียญ เหรียญ :
    ตัวละคร ตัวละคร : Aisaka Taiga 4

    ที่อยู่ : อยู่ในใจเธอทุกคน :D

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by Sanooker191 on Tue May 03, 2011 3:48 am

    ผม อ่าน จน ผมอ่านไม่หมด

    :P
    avatar
    kijjaporn
    Moderator
    Moderator

    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 27
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 20
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 1
    วันเกิด วันเกิด : 02/09/1992
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 13/04/2012
    เหรียญ เหรียญ : เหรียญ

    ตัวละคร ตัวละคร : Inu X Boku

    ที่อยู่ : โลกแห่งอนิเมะ

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by kijjaporn on Fri Apr 20, 2012 11:19 pm

    เรื่องยาวว เรยดีกว่าไม๊น่ะ ไม่สั้นเท่าไหร่นะ อิอิ
    งัยก็ขอบคุณเจ๊าค่ะ


    _________________
    avatar
    yuukito
    Rookie
    Rookie

    ระดับเหรียญ ระดับเหรียญ : ที่วางระดับเหรียญ
    จำนวนข้อความ จำนวนข้อความ : 9
    จำนวนเงิน จำนวนเงิน : 9
    คำขอบคุณ คำขอบคุณ : 0
    วันเกิด วันเกิด : 05/06/1998
    วันที่สมัคร วันที่สมัคร : 16/01/2013
    เหรียญ เหรียญ : ที่วางเหรียญ

    Re: เรื่องสัน........* * * * _บั น ทึ ก ข อ ง ช า ย อ า ยุ _5 0 0_ ปี_ * * * *

    ตั้งหัวข้อ by yuukito on Wed Jan 16, 2013 9:09 pm

    นี้500บรรทัดมากกว่า 500ปีอีกนะครับ nm_06 nm_07

      เวลาขณะนี้ Sat Sep 22, 2018 10:27 pm